Coach Prink NLP Master

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ COACHPRINKNLP.COM (Coach Prink NLP Master)

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์โค้ชพริ้ง✴NLP ซึ่งเป็นเว็บไซด์แหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ การถอดแบบความสำเร็จ แล้วพัฒนาด้วยเทคโนโลยี ในด้านต่างๆ ทั้งด้านอาชีพการงาน ด้านการเงิน ด้านความรักความสัมพันธ์ ด้านสุขภาพ และด้านการเลี้ยงดูลูกหรือเด็กๆให้โตมาเป็นคนเก่งและเป็นคนดี

กล่าวขอบคุณ

ขอบคุณผู้ทำให้โค้ชพริ้งได้มีตระหนักรู้ในความรู้ครั้งนี้ ตั้งแต่ ริชาร์ด แบนด์เลอร์ (Richard Bandler) และ จอห์น กรินเดอร์ (John Grinder) ผู้ก่อตั้ง NLP (Neuro-Linguistic Programming) หรือของผู้ที่ทำให้ NLP เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่าง แอนโทนี่ ร็อบบินส์ (Anthony Robbins) หรือพันโทอานันท์ ชินบุตร ผู้นำNLPเข้ามาสอนในเมืองไทยและเขียนและแปลหนังสือมากมายเกี่ยวกับ NLP รวมทั้ง Coach Vasanth Gopalan (Vas) ซึ่งเป็น Coach ด้าน Neuro-Linguistics Programming (NLP) รับรองโดยสถาบัน NLP University และ American Board รวมทั้งครูรุ้งและอาจารย์บัณฑิต ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสนำความรู้ดีเหล่านี้ออกมาให้คุณค่าแก่ผู้คน และยังมีอาจารย์อีกมากมายที่ให้ความรู้ทางด้านธุรกิจทั้งอ.วรเศรษฐ์ เมธาอัครพัฒน์, คุณบอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ, คุณชนะ วนิชพันธุ์, ครูชัย ชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย และอาจารย์ที่ให้ความรู้ทางสื่ออื่นๆอีกมากมายที่ข้าพเจ้ามิสามารถกล่าวได้หมดในหน้านี้

นิยามหัวใจของ NLP

หัวใจของ NLP คือ การถอดแบบความสำเร็จ มันเป็นการถอดแบบความเป็นเลิศ”จุดเริ่มต้นของมันคือ การถอดแบบความเป็นเลิศ (Modeling Excellence) เมื่อเราเห็นใครเก่งเรื่องอะไร เราเข้าไปคุย ถอดระบบความคิดของเขา ว่าเขาเชื่ออะไร เขาทำขั้นตอนอย่างไร แล้วเราทำตาม มันจะกลายเป็นสูตรการปฏิบัติ

NLP เป็นเรื่องของการถอดแบบความเป็นเลิศ, การสื่อความหมายแบบใหม่กับตัวเอง, การสื่อความที่แม่นยำกับคนอื่น

ตัวอย่างการถอดแบบ”แจ็ค หม่า” สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ระบบความคิดของเขาเป็นอย่างไร

(ถอดแบบโดยพันโทอานันท์ ชินบุตร)

1) เห็นโอกาสอินเตอร์เน็ตที่ยังไม่มีในจีน
2) เชื่อว่าตนทำได้
3) พูดจูงใจเพื่อนๆเข้ามาร่วมทำ
4) อดทนผ่านช่วงที่ยังไม่งอกเงย
5) พัฒนา ให้ฟีดแบ็ค ทดลองทำผิดทำถูก
6) ขยายกิจการ โดยถอดแบบจากผู้ประสบความสำเร็จก่อนหน้า เช่น อีเบย์ ยาฮู
7) Small is beautiful เล็กๆสวยงาม หมายความว่า ยิ่งมันเป็นองค์กรใหญ่เท่าไหร่จะบริหารยาก การแยกย่อยคล้าย SME เป็นส่วนๆจะง่ายกว่า
8) ขยายความคิดแบบครู (เขาเป็นครูมาก่อน) เข้าสู่เด็กวัยรุ่น เพื่อปูฐาน และสร้างความนิยมในตัวเขา ด้วยการบรรยาย และการสอน
9) เข้าสู่ตลาดหุ้น และขยายสู่ตลาดหุ้นระดับโลก (จึงกลายเป็นคนรวยที่สุดในจีน)
10) ขยายเข้าสู่ภูมิภาคต่างๆ
11) เป็นตัวอย่างของคนดี ในแบบของเขา

และจากความสำเร็จที่เจาะจงในแบบเฉพาะของเขา ก็สามารถถูกปรับให้ใช้ได้กับเรื่องทั่วไปทุกๆเรื่องอีกชั้นหนึ่งได้อีกด้วย

 

NLP ในยุคปัจจุบัน

ซึ่งเปรียบได้เหมือนกับเทคโนโลยี สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆเรื่องในชีวิต ซึ่งเมื่อนำมาใช้ ผู้ใช้จะสามารถรู้ได้ว่าคล้ายกับคำสอนและหนทางปฎิบัติในมางพระพุทธศาสนา นั้นคือการตระหนักรู้ (Awareness) และการรู้จักคอยสังเกตุตนเอง (Observer) ให้มีสติตลอดเวลา ทำให้เรามีการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสงบ ความสุขในการใช้ชีวิต สอนให้เรามีแนวความคิดหรือมีmindset ที่ว่า ” ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งนั้นดีเสมอ เพราะเราเป็นเหตุให้เกิด ทุกๆเหตุการณ์มีประโยชน์แอบแฝง “

Everything happens for a reason and serves us. Make a positive conclusion all time. ให้ข้อสรุปที่เป็นบวกกับทุกๆเหตุการณ์

I believe that if I change, everything change. เปลี่ยนตัวเองก่อนแล้วโลกภายนอกจะเปลี่ยนตาม

 

การนำศาสตร์NLP เข้าไปใช้ให้เกิดโครงข่ายนิวรอนที่ดีในสมอง

การค้นพบความลับของมนุษย์ ว่าทำไหมบางคนล้มเหลวซ้ำๆ บางคนทำไหมประสบความสำเร็จซ้ำๆ บางคนมีความรักต่อเนื่อง

สมหวังซ้ำๆ อย่างประเทศไทยจะมีคนพูดเยอะ ว่านักศึกษาบางคนเรียนได้เกรด 2 เกรด 3 ไม่เคยได้ 4 เลย ทำไหมเป็นอย่างงั้น

บางคนค้าขายเจ้งแล้วเจ้งอีก ทำแล้วไม่สำเร็จ บางคนทำค้าขายระหว่างประเทศ ทำส่งออก ส่งออกยังไงก็กำไร บางคนส่งออกยังไงก็ขาดทุน ไหนจะมีเรื่องของแม่ค้า มีเรื่องของเกษตรกร ทำไหมเกษตรกรไทยปลูกพืชถึงเจ้งตลอด ทำไหมเกษตรกรยุโรปปลูกพืชถึงกำไร และรวยตลอด มันเกิดอะไรขึ้น มีความลับที่นักวิทยาศาสตร์ เข้าไปไขดูในสมองมนุษย์ โดยศึกษามาเป็น 10 ปี

เค้าพบว่า ในสมองมนษย์มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “ นิวรอน ”

นิวรอนมีลักษณะคล้ายเครือข่ายใยแมงมุม มีแขนเหมือนรากต้นไม้ ส่วนแขนเรียกว่า แอกซอน

นิวรอนอยู่ในสมองมนุษย์เป็นล้านๆเซลล์ มีแขนขายื่นออกมาคล้ายใยแมงมุม เหมือนรากต้นไม้มหาศาล ส่วนแขนขาที่ยื่นออกมานั้น มันเชื่อมต่อระหว่างนิวรอนด้วยกัน ด้วยการติดประจุไฟฟ้า เวลาสมองคิด เครียด กังวล สมหวัง ผิดหวัง มันจะส่งกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถวัดเป็นไฟฟ้าได้จริงๆ เชื่อต่อระหว่างเซล์ลเป็นล้านๆเซล์ลในสมอง ส่งกันไปส่งกันมาซึ่งเมื่อเราคิดด้านลบ คนมีความเครียด ค้าขายแล้วเจ้งคิดแล้วเจ้ง เจ้งตลอด มันก็ส่งกระแสลบ คือเซล์ลที่ออกมามันจะรับรอว่าเป็นเซล์ลผิดหวัง เครียด เศร้า ลบ เซล์ลที่ส่งออกมาเป็นประจุไฟฟ้านี้มันเชื่อมต่อกัน ตัวหนึ่งมาต่ออีกตัวหนึ่ง ตัวหนึ่งมาต่ออีกตัวหนึ่ง ต่อเป็นโครงข่าย เป็นล้านๆเซล์ลยิ่งคิดลบยิ่งผิดหวัง เสียใจ ค้าขายแล้วเจ้ง ทำการเกษตรแล้วเจ้ง เรียนหนังสือไม่เก่ง ผิดหวังในความรัก เงินเดือนไม่ขึ้น งานไม่ก้าวหน้า คิดแบบนี้ซ้ำ 1 วัน 2 วัน 1 อาทิตย์ เป็นเดือน เป็น1 ปี นิวรอนจะใหญ่ขึ้นจับกันเป็นโครงข่ายแข็งแรง  เมื่อมันแข็งแรงเสร็จ คนๆนั้นจะมีลักษณะเครียดง่าย เศร้าง่าย คิดอะไรก็ไม่ประความสำเร็จ เพราะสมอง เค้าคิดว่าเค้าทำไม่สำเร็จ และนิวรอนที่มีอยู่อย่างมหาศาล มันทำให้กระบวนการขนถ่ายข้อมูลภายในสมองของคน

รับรู้ว่าทำอะไรก็ไม่สมเร็จนี้คือที่มาของนักวิทยาศาสตร์ นักพฤติกรรมศาสตร์บอกว่า ทำไหมคนบางคนถึงล้มเหลวซ้ำๆ เพราะการสร้างโครงข่ายนิวรอน และแขนแอกซอนที่เชื่อมต่อมันเชื่อมต่อแต่เรื่องลบ ซึ่งกระแสประสาทส่งข้อมูลกันแบบนี้ ถ้าคิดเรื่องลบ ผิดหวังเรื่องลบ ทำการเกษตรแล้วแย่ เป็นเรื่องลบ ครอบครัวล้มเหลวแตกแยกเรื่องลบ เป็นเศรษฐีแล้วล้มละลาย เรื่องลบ เป็นแรงงานก็เป็นแรงงานอยู่เช่นนั้น ไม่เคยเป็นเถ้าแกสักทีหนึ่ง เพราะเราคิดแบบลบ ตรงนี้เป็นตัวกำหนดอนาคตมนุษย์ มนุษย์คนนั้นจะเป็นมนุษย์เงินเดือน กินเงินเดือนตลอดชีวิต เป็นข้าราชการตลอดชีวิต กรือเป็นนักธุรกิจตลอดชีวิต เป็นนักศึกษาเรียนดีตลอดชีวิต ด้วยนิวรอนที่มีการสร้างแบบนี้ ลํกษณะของนิวรอน จะมีกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปตามแขน ขา มันจะยื่นออกมาจับกัน ซึ่งเวลาที่มีการส่งกระแสไฟฟ้าต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเราคิดลบ เครียดกังวล ซึมเศร้า หดหู่ ผิดหวัง เสียใจ ร้องไห้ รากของมันจะแตกออกมา ซึ่งเค้าศึกษาจนไปพบว่ารากของนิวรอน เวลาส่งสื่อประสาทไฟฟ้า มันจะมีแขนมันจับกับอีกตัวหนึ่งที่เป็นขั้วเดียวกัน ซึ่งถ้าเวลาเราคิดสมหวัง เราแต่งงาน เราสดใส สดชื่น มีความสุข เราก็จะมีนิวรอนที่มีความสุข เราสำเร็จการศึกษา นิวรอนที่ส่งแขนงความสุขมันจะออกมา

แต่เมื่อใดก็ตามที่คิดลบ แขนด้านลบ มันรับรู้ว่านี้เป็นความเศร้า เป็นความผิดหวัง เป็นความเครียด เป็นความกังวล มันจะค่อยๆกางรากออกมา แล้วหารากที่เป็นขั้วเดียวกันจับกันโดยมีกระแสไฟฟ้าส่งจับกันและเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่าย รับรู้ว่าชีวิตไปไหนไม่ได้ จนตลอดชีวิต เป็นแรงงานตลอดชีวิต รวยไม่ได้ เป็นเถาแกไม่ได้ นี้คือความลับของมนุษย์

แต่นักวิทยาศาตร์บอกว่าเค้ามีกระบวนการ ปรับทางเดินของนิวรอนได้ใหม่ ซึ่งเค้าเรียกว่า Neural Pathway คือการทำเส้นทางใหม่ให้โครงข่ายในสมอง จากเดิมที่เป็นคนคิดลบ เศร้า เครียด กังวลใจ คิดอะไรก็เป็นลบ สามารถปรับใหม่ได้ ซึ่งมีวิชาอยู่สองวิชาที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า NLP ( Neuro Lingustic Prodgamming ) เอ็นแอลพีในสหรัฐอเมริกาเป็นสถาบันสอน ซึ่งมีกระบวนการกลไก โดยการเข้าไปปรับฉากความคิดในสมอง เหมือนเป็นการรีเซ็ทข้อมูลในคอมคอมพิวเตอร์ใหม่ ลบบางอันทิ้ง และจัดเรียงข้อมูลใหม่ เพื่อทำทางนิวรอนให้สมองใหม่ หรือเรียกว่าการ รีเฟรม

อธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือ การคิดบวก ปรับทัศนคติใหม่ ทำให้มีความหวังใหม่ ทำทุกๆวันประมาณ 1 สัปดาห์ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า นิวรอนในสมองเริ่มแตกแขนงใหม่เป็นแขนงบวก พอคิดบอกแอกซอนบวกๆเป็นล้านๆเซล์ลก็จะมาจับตัวกันเป็นโครงข่ายนิวรอนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ส่วนแขนงด้านลบก็จะค่อยๆหดตัว เหี่ยวและตายไป เหมือนต้นไม้ไม่ได้รับการดน้ำ ในที่สุด รากมันก็จะเน่า ใบร่วง กิ่งหาย และตายในที่สุด  คนๆนั้นก็จะเป็นคนที่ที่มีความสุขมองอะไรเป็นบวก การคิดบวกสามารถสร้างเซล์ลในสมองใหม่จับขั้วใหม่ เปลี่ยนทางเดินของมนุษย์ได้ใหม่ ซึ่งศาสตร์นี้สามารถทำให้นักกีฬาโอลิมปิกที่บาดเจ็บและหมดหวังที่จะลงแข่งขัน สามารถกลับมาแข่งขันและกลายเป็นแชมป์ได้ สามารถสร้างนักธุรกิจที่สิ้นหวัง สิ้นเนื้อประดาตัว กลับมาเป็นเศรษฐีใหม่ได้

วิธีฝึกคือ

ใน1วันให้ฝึกคิดบวกสัก 3 ครั้ง 3 เรื่อง เช้า กลางวัน เย็น

คิดบวกซ้ำๆแบบนี้ต่อเนื่อง สัก7 วัน ซึ่งเพียงแค่ 7 วัน ถ้าเจอเรื่องลบให้ตัดทิ้ง ให้รับรู้ว่าไม่เอา ซึ่งเพียง 7 วันเค้าใช้คอมพิวเตอร์สไลด์ และใช้เทคโนโลยีเข้าไปดู อนูขนาดเล็กในสมอง เค้าพบว่าทางเดินในสมองของแอกซอนใหญ่ขึ้น เหมือนเปลี่ยนทางน้ำใหม่ จากเส้นทางน้ำเดินที่เดินแต่ลบๆ เครียดๆ เศร้าๆ เป็น ทางน้ำใหม่ ซึ่งมันใหญ่ขึ้นและหนาขึ้น และแข็งแรงขึ้น

นี้คือเหตุผลว่าทำไหมคนที่ประสบความสำเร็จ ถึงประความสำเร็จต่อเนื่อง สำเร็จแล้ว สำเร็จอีก เพราะเค้ารู้ว่าต้องฝึกคิดอย่างไร